ทันตแพทย์ เรียนอะไรบ้าง

ทันตแพทย์ เรียนอะไรบ้าง จบไปทำงานอะไร สรุปมาให้ครบ!

บทความ

อาชีพทันตแพทย์ยังคงเป็นหนึ่งในอาชีพในฝันอันดับต้น ๆ ของใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังวางแผนอนาคตและตั้งเป้าหมายสำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ไม่ว่าจะเป็นรุ่น TCAS69 หรือรุ่นถัดไป แต่เส้นทางสู่การเป็นหมอฟันนั้นต้องอาศัยความมุ่งมั่นและอดทนสูง หลายคนอาจยังมีความสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว ทันตแพทย์ เรียนอะไรบ้าง ต้องเก่งวิชาไหนเป็นพิเศษ และต้องใช้เวลาเรียนกี่ปีถึงจะจบหลักสูตร บทความนี้จะพาไปไขข้อข้องใจแบบเจาะลึกทุกรายละเอียด เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมและตัดสินใจว่าควรเรียนคณะอะไรดี ได้อย่างมั่นใจที่สุด

คณะทันตแพทย์ คืออะไร

คณะทันตแพทยศาสตร์ คือคณะที่มุ่งเน้นการศึกษาและฝึกอบรมด้านทันตกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเรียนการสอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พื้นฐาน การวินิจฉัยโรคในช่องปาก รวมถึงการรักษาและป้องกันปัญหาทางทันตกรรม ผู้เรียนจะต้องทำความเข้าใจโครงสร้างของฟัน เหงือก ขากรรไกร และอวัยวะที่เกี่ยวข้องในช่องปากทั้งหมด เพื่อให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ทันตแพทย์ เรียนอะไรบ้าง 

การเรียนทันตแพทย์เป็นการเรียนที่ผสมผสานความรู้หลายด้านเข้าด้วยกัน โดยเนื้อหาหลักสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ

  • ส่วนแรกคือความรู้ทางการแพทย์พื้นฐาน ผู้เรียนจะได้เรียนโครงสร้างและการทำงานของร่างกายมนุษย์ เช่น กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา พยาธิวิทยา และจุลชีววิทยา เพื่อให้เข้าใจโรคและภาวะต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพช่องปากและการรักษา
  • ส่วนที่สองคือความรู้ทางทันตกรรมเฉพาะทาง ครอบคลุมการวินิจฉัยและรักษาโรคในช่องปากและฟัน เช่น ทันตกรรมทั่วไป ทันตกรรมสำหรับเด็ก การอุดฟัน ถอนฟัน รักษารากฟัน ทันตกรรมจัดฟัน และงานศัลยกรรมช่องปาก 
  • ส่วนสุดท้ายคือทักษะหัตถการและการฝึกปฏิบัติ ผู้เรียนต้องฝึกใช้มือและสายตาอย่างละเอียดแม่นยำ ผ่านการทำงานในห้องปฏิบัติการและคลินิกจริง เพื่อให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยและถูกต้อง

ทั้งสามส่วนนี้ต้องเรียนควบคู่กันอย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้ ความชำนาญ และความรับผิดชอบที่จำเป็นต่อการเป็นทันตแพทย์ในอนาคต

คณะทันตแพทย์ เรียนกี่ปี

คณะทันตแพทย์ เรียนกี่ปี

หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตตามมาตรฐานสากลและทันตแพทยสภา กำหนดให้ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 ปี โดยแบ่งโครงสร้างเนื้อหาการเรียนในแต่ละชั้นปีได้ดังนี้

  • ปี 1 ปูพื้นฐานความรู้ทั่วไป: ในปีแรกนักศึกษาจะได้เรียนวิชาศึกษาทั่วไปและวิทยาศาสตร์พื้นฐานของมหาวิทยาลัย เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สถิติ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งหลายวิชาเป็นการต่อยอดมาจากระดับมัธยมปลายแต่มีเนื้อหาที่ลึกกว่า เพื่อปูพื้นฐานความรู้ให้แน่นก่อนเข้าสู่วิชาชีพ
  • ปี 2 เจาะลึกวิทยาศาสตร์การแพทย์: เนื้อหาจะเข้มข้นขึ้นโดยเรียนรู้วิชาพื้นฐานทางการแพทย์คล้ายกับนักศึกษาแพทย์ เช่น กายวิภาคศาสตร์ (Gross Anatomy) หรือการผ่าอาจารย์ใหญ่เพื่อศึกษาระบบร่างกาย สรีรวิทยา ระบบประสาท และเริ่มปูพื้นฐานวิชาทางทันตกรรม เช่น สารชีวโมเลกุลในช่องปากและเนื้อเยื่อฟัน
  • ปี 3 ฝึกหัตถการในชั้นปรีคลินิก: ปีนี้จะเน้นหนักไปที่การฝึกทักษะฝีมือในห้องปฏิบัติการ (Lab) กับหุ่นจำลอง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเจอคนไข้จริง โดยจะเรียนเจาะลึกบริเวณศีรษะและลำคอ รวมถึงฝึกหัตถการทางทันตกรรมต่าง ๆ เช่น การกรอฟัน การอุดฟัน การพิมพ์ปาก และการทำฟันปลอมเบื้องต้น
  • ปี 4 ขึ้นคลินิกดูแลผู้ป่วยจริง: ก้าวสำคัญสู่การเป็นทันตแพทย์ฝึกหัด นักศึกษาจะได้เริ่มปฏิบัติงานบนคลินิกของคณะ ให้การรักษาผู้ป่วยจริงภายใต้การควบคุมดูแลของอาจารย์ทันตแพทย์ โดยเริ่มจากงานพื้นฐาน เช่น การตรวจวินิจฉัยโรค การขูดหินปูน การอุดฟัน และการถอนฟันที่ไม่ซับซ้อน
  • ปี 5 ฝึกปฏิบัติงานจริงในคลินิก: นักศึกษาจะได้ฝึกปฏิบัติงานจริงมากขึ้นและรับเคสที่มีความซับซ้อนกว่าเดิม เช่น การรักษารากฟัน การทำฟันปลอมทั้งปาก การรักษาโรคเหงือกขั้นสูง และในบางหลักสูตรอาจต้องเริ่มทำโครงงานวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาการ
  • ปี 6 ฝึกงานภาคสนาม (Extern): ปีสุดท้ายจะเป็นการฝึกปฏิบัติงานเต็มรูปแบบเสมือนเป็นทันตแพทย์จบใหม่ โดยนักศึกษาจะต้องออกไปฝึกงานตามโรงพยาบาลชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานจริง การบริหารจัดการคลินิก และเก็บชั่วโมงการรักษาให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด

คณะทันตแพทย์ มีสาขาอะไรบ้าง

ในระดับปริญญาตรี การเรียนการสอนจะเป็นแบบองค์รวมหรือทันตกรรมทั่วไป ยังไม่ได้แยกสาขาเฉพาะทางเหมือนตอนเรียนต่อระดับสูง แต่เนื้อหาที่เรียนจะครอบคลุมศาสตร์ต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อให้บัณฑิตมีความรู้รอบด้าน ซึ่งประกอบไปด้วยสาขาวิชาที่น่าสนใจดังนี้

ทันตกรรมทั่วไป

สาขานี้เปรียบเสมือนด่านหน้าของการรักษา โดยจะเรียนรู้หลักการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้น การวางแผนการรักษาแบบองค์รวม และการให้การรักษาทางทันตกรรมพื้นฐาน เช่น การอุดฟัน การขูดหินปูน และการถอนฟัน รวมถึงการประเมินว่ากรณีไหนควรรักษาเองหรือควรส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทันตแพทย์ทุกคนต้องแม่นยำ

ทันตกรรมจัดฟัน

เป็นสาขาที่ได้รับความนิยมสูง เนื้อหาจะเจาะลึกเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของใบหน้า ขากรรไกร และการเรียงตัวของฟัน ผู้เรียนจะได้ศึกษาถึงสาเหตุของความผิดปกติในการสบฟัน การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าผ่านภาพรังสี และหลักการเคลื่อนฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันชนิดต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาฟันซ้อนเก ฟันยื่น หรือฟันห่าง ให้กลับมาเรียงตัวสวยงามและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทันตกรรมสำหรับเด็ก

สาขานี้ไม่ได้เรียนแค่เรื่องฟันแต่ต้องเรียนรู้จิตวิทยาเด็กด้วย เนื้อหาจะครอบคลุมการดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ทารกจนถึงวัยรุ่น การรักษาฟันน้ำนมและฟันแท้ชุดแรก การป้องกันฟันผุในเด็ก การจัดการพฤติกรรมเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือในการทำฟัน รวมถึงการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีในการทำฟันให้กับเด็ก

ปริทันตวิทยา

เน้นการศึกษาเกี่ยวกับอวัยวะที่อยู่รอบตัวฟัน ได้แก่ เหงือก กระดูกเบ้าฟัน และเอ็นยึดปริทันต์ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้กลไกการเกิดโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียฟันในผู้ใหญ่ รวมถึงวิธีการรักษาตั้งแต่การเกลารากฟันไปจนถึงการผ่าตัดเหงือกและการปลูกกระดูกเพื่อฟื้นฟูสภาพอวัยวะรอบฟัน

ทันตกรรมประดิษฐ์

สาขานี้เกี่ยวข้องกับการ “สร้างใหม่” เพื่อทดแทนสิ่งที่สูญเสียไป เนื้อหาจะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบและสร้างฟันเทียมชนิดต่าง ๆ ทั้งแบบถอดได้และแบบติดแน่น เช่น ครอบฟัน สะพานฟัน และรากฟันเทียม รวมถึงการเลือกใช้วัสดุทางทันตกรรมที่เหมาะสม เพื่อคืนฟังก์ชันการบดเคี้ยวและความสวยงามให้กับผู้ป่วยที่สูญเสียฟันธรรมชาติไป

ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล

เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดในช่องปากและใบหน้า เนื้อหาจะครอบคลุมตั้งแต่การถอนฟันธรรมดา การผ่าฟันคุด การผ่าตัดแต่งกระดูกขากรรไกร การรักษาถุงน้ำและเนื้องอกในช่องปาก ไปจนถึงการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุกระดูกขากรรไกรหัก ผู้เรียนต้องมีความแม่นยำในเรื่องกายวิภาคศาสตร์และทักษะทางศัลยกรรมสูง

ทันตสาธารณสุข

สาขานี้จะมองภาพกว้างกว่าการรักษาเป็นรายบุคคล แต่เน้นการดูแลสุขภาพช่องปากในระดับชุมชนและประชากร ผู้เรียนจะได้ศึกษาระบาดวิทยาของโรคในช่องปาก การวางแผนโครงการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการบริหารจัดการระบบบริการทันตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้น

วิทยาเอ็นโดดอนต์

หรือที่รู้จักกันในชื่อการรักษารากฟัน สาขานี้จะศึกษาเกี่ยวกับพยาธิสภาพของโพรงประสาทฟันและเนื้อเยื่อรอบปลายรากฟัน เรียนรู้วิธีการวินิจฉัยอาการปวดฟัน และเทคนิคการทำความสะอาดคลองรากฟันที่ซับซ้อน การอุดคลองรากฟัน เพื่อเก็บรักษาฟันธรรมชาติไว้ใช้งานต่อไปแทนที่จะต้องถอนทิ้ง

วิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก

เป็นสาขาที่เน้นการเป็นนักสืบโรคในช่องปาก ผู้เรียนจะได้ฝึกฝนทักษะการตรวจแยกโรคของรอยโรคต่าง ๆ ในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นแผลในปาก มะเร็งช่องปาก หรือโรคระบบอื่น ๆ ที่แสดงอาการในช่องปาก รวมถึงการแปลผลภาพรังสี (X-ray) เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

คณะทันตแพทย์ จบไปทำงานอะไรได้บ้าง

คณะทันตแพทย์ จบไปทำงานอะไรได้บ้าง

บัณฑิตทันตแพทย์มีทางเลือกในการประกอบอาชีพในอนาคตที่หลากหลายและมั่นคง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาคนไข้เพียงอย่างเดียว

  • ทันตแพทย์: สามารถเลือกทำงานได้ทั้งในโรงพยาบาลรัฐบาล โรงพยาบาลเอกชน คลินิกทันตกรรม หรือประกอบธุรกิจส่วนตัวด้วยการเปิดคลินิกของตนเอง
  • อาจารย์ทันตแพทย์: สำหรับผู้ที่รักการสอนและวิชาการ สามารถเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเพื่อผลิตทันตแพทย์รุ่นใหม่
  • นักวิจัย: ทำงานวิจัยเกี่ยวกับวัสดุทางทันตกรรม นวัตกรรมการรักษา หรือระบาดวิทยาของโรคในช่องปาก
  • ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์: ทำงานในบริษัทเอกชน เป็นผู้แทนจำหน่ายหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องมือและวัสดุทางทันตกรรม

สอบเข้าคณะทันตแพทย์ ใช้อะไรบ้าง

ใครที่มีเป้าหมายอยากเข้าเรียนคณะทันตแพทย์ สามารถยื่นสมัครได้ครบทั้ง 4 รอบในระบบ TCAS ซึ่งเราได้รวบรวมรายละเอียดสิ่งที่ต้องใช้ในแต่ละรอบมาสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ แล้ว

รอบ 1 Portfolio

รอบนี้เน้นการนำเสนอผลงานผ่านแฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio โดยมหาวิทยาลัยจะเปิดรับเป็นโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการเรียนดี โครงการความสามารถพิเศษทางวิชาการ หรือด้านกีฬา เกณฑ์การคัดเลือกจะขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันกำหนด บางแห่งอาจพิจารณาจากผลงานร่วมกับเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) หรืออาจมีการจัดสอบวิชาเฉพาะของคณะเพิ่มเติม 

รอบ 2 Quota

รูปแบบการรับจะคล้ายกับรอบแรกคือเปิดเป็นโครงการต่าง ๆ แต่จะมีเงื่อนไขคุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น โควตาพื้นที่ภาคเหนือ โควตาโรงเรียนในเครือข่าย หรือโควตาจังหวัด ซึ่งผู้สมัครจำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามพื้นที่ที่กำหนด หรือมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขโครงการนั้น ๆ ส่วนเกณฑ์คะแนนที่ใช้คัดเลือกจะหลากหลายขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย อาจใช้ทั้งเกรดเฉลี่ย (GPAX) คะแนน TGAT TPAT หรือคะแนน A-Level มาประกอบการพิจารณา

รอบ 3 Admission

รอบนี้เป็นการรับสมัครผ่านระบบกลางที่ผู้สมัครทุกคนจะยื่นคะแนนพร้อมกัน โดยเกณฑ์การคัดเลือกและสัดส่วนคะแนนจะขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันไป วิชาหลักที่มักใช้ยื่นคะแนน ได้แก่ TPAT1 และ A-Level ในวิชาต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือน้อง ๆ ต้องหมั่นตรวจสอบประกาศระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัย หรือเช็กข้อมูลผ่านระบบ MyTCAS เพื่อดูว่าคณะที่สนใจใช้วิชาอะไรบ้างและมีสัดส่วนคะแนนเท่าไหร่ จะได้เตรียมตัวสอบได้อย่างตรงจุด

รอบ 4 Direct Admission

ถือเป็นรอบสุดท้ายของระบบ TCAS หรือที่มักเรียกกันว่ารอบรับตรงอิสระ เหมาะสำหรับคนที่อาจจะยังไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบก่อนหน้า จำนวนที่นั่งมักจะมีจำกัดและเปิดรับเฉพาะบางสถาบันที่ยังมีโควตาเหลืออยู่เท่านั้น เกณฑ์การพิจารณาอาจใช้คะแนนสอบมาตรฐาน หรือพิจารณาจากเกรดเฉลี่ย (GPAX) ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละคณะ ดังนั้นผู้สมัครจำเป็นต้องติดตามข่าวสารการรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่สนใจอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งทางเลือกคือรอบรับตรงแบบไม่ผ่าน TCAS ซึ่งมหาวิทยาลัยมีอิสระในการจัดการรับสมัครทั้งหมด ไม่ว่าจะเปิดกี่รอบหรือใช้เกณฑ์ใด ผู้สมัครไม่ต้องสมัคร myTCAS และสามารถยื่นใบสมัครได้ทันที รอบนี้พบได้บ่อยในมหาวิทยาลัยเอกชน และเหมาะกับคนที่อยากมีแผนสำรอง โดยไม่ต้องกังวลกับการแข่งขันที่เข้มข้นมากเกินไป

หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เส้นทางสู่หมอฟันมืออาชีพ

หากคุณกำลังมองหาสถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมในการสร้างทันตแพทย์คุณภาพ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เปิดสอนหลักสูตรด้านทันตแพทยศาสตร์ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาโท ครอบคลุมทั้งสายรักษาทั่วไปและสายเฉพาะทาง พร้อมโครงสร้างการเรียนที่เน้นทั้งความรู้พื้นฐาน พรีคลินิก และการฝึกปฏิบัติจริงในคลินิกอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริงในวิชาชีพทันตแพทย์

คณะทันตแพทยศาสตร์ ปริญญาตรี (หลักสูตร 6 ปี)

สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ 

หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต เป็นหลักสูตร 6 ปี ที่ออกแบบให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงระดับคลินิก ซึ่งนักศึกษาจะได้ฝึกปฏิบัติงานระดับคลินิก ณ คลินิกทันตกรรมของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีที่มีอุปกรณ์ทันสมัย และยังมีความร่วมมือพิเศษกับกรุงเทพมหานคร ให้นักศึกษาได้ไปฝึกปฏิบัติงานที่คลินิกทันตกรรมโรงพยาบาล สังกัดสำนักการแพทย์และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสกับกรณีศึกษาที่หลากหลายและได้พัฒนาทักษะวิชาชีพอย่างรอบด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็นทันตแพทย์มืออาชีพและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ

คณะทันตแพทยศาสตร์ ปริญญาโท

สำหรับผู้ที่จบสายทันตแพทย์และต้องการต่อยอดสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คณะทันตแพทยศาสตร์ มกธ. เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทที่ตอบโจทย์สายงานคลินิกโดยตรง ดังนี้

สาขาวิชาทันตกรรมจัดฟัน (หลักสูตร 3 ปี)

มุ่งเน้นการวิเคราะห์โครงสร้างขากรรไกร การเรียงตัวของฟัน และการสบฟันอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริงในคลินิก เพื่อพัฒนาทักษะด้านการวางแผนการรักษา การใช้เครื่องมือจัดฟันรูปแบบต่าง ๆ และการดูแลผู้ป่วยจัดฟันอย่างรอบด้าน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นทันตแพทย์เฉพาะทางด้านจัดฟัน

สาขาวิชาทันตกรรมรากเทียม (หลักสูตร 2 ปี)

เน้นความรู้และทักษะด้านการทดแทนฟันด้วยรากเทียม ตั้งแต่การประเมินสภาพกระดูก การวางแผนผ่าตัด การฝังรากเทียม ไปจนถึงการบูรณะฟันบนรากเทียมจริงในผู้ป่วย หลักสูตรออกแบบมาเพื่อเสริมความเชี่ยวชาญเชิงลึก ตอบโจทย์ทันตแพทย์ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยที่สูญเสียฟันอย่างมืออาชีพ

สรุปบทความ

เมื่อได้รู้แล้วว่า ทันตแพทย์ เรียนอะไรบ้าง จะช่วยให้คุณวางแผนอนาคตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้การเรียนจะหนักและใช้เวลายาวนาน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือวิชาชีพที่มีเกียรติ มั่นคง และสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้อื่นได้ หากคุณมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง เส้นทางสู่การเป็นหมอฟันก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานศึกษาที่ให้ความสำคัญทั้งด้านวิชาการ การฝึกปฏิบัติ และการดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีพร้อมไปด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีทันตกรรมที่ทันสมัย เน้นการฝึกปฏิบัติจริงเพื่อให้คุณมีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ พร้อมทีมอาจารย์ที่คอยให้คำแนะนำตลอดเส้นทางการเรียน 

แบบฟอร์มสมัครเรียน

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคณะทันตแพทย์ (FAQ)

    ทันตแพทย์ เรียนยากไหม

    การเรียนทันตแพทย์ถือว่ามีความท้าทายพอสมควร เพราะต้องเรียนเนื้อหาวิชาการแพทย์ที่เยอะและละเอียด ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะหัตถการที่ต้องใช้ความอดทนและความแม่นยำสูง

    เรียนทันตแพทย์ต้องเก่งวิชาอะไร

    วิชาสายวิทย์-คณิต โดยเฉพาะ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

    จบทันตแพทย์แล้ว ต้องสอบใบประกอบวิชาชีพหรือไม่

    จำเป็นต้องสอบ บัณฑิตทุกคนต้องผ่านการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากทันตแพทยสภาก่อน จึงจะสามารถทำงานตรวจรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    Tag: